September 17, 2021
4 ความเชื่อ ที่หลายคนยังเข้าใจผิดเกี่ยวกับโทรศัพท์มือถือ

4 ความเชื่อ ที่หลายคนยังเข้าใจผิดเกี่ยวกับโทรศัพท์มือถือ

โทรศัพท์มือถือ นับว่าเป็นเครื่องมือสื่อสารที่จำเป็นอย่างมากต่อการดำเนินชีวิตของใครหลาย ๆ คน ซึ่งในปัจจุบันเทคโนโลยีต่าง ๆ ก็ได้มีการพัฒนาก้าวหน้ามากยิ่งขึ้น ในส่วนของโทรศัพท์มือถือก็ถูกพัฒนาด้วยเช่นกัน ทำให้การใช้งานมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น และตอบโจทย์กับผู้คนสมัยใหม่มากขึ้นด้วย แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังคงมีความเชื่อผิด ๆ เกี่ยวกับการใช้งานและการดูแลโทรศัพท์มือถืออยู่ ดังนั้นวันนี้ chicagoswap จึงได้รวบรวม 4 ความเชื่อ ที่หลายคนยังเข้าใจผิดเกี่ยวกับโทรศัพท์มือถือ มาฝากให้ทุกคนได้รู้และปรับเปลี่ยนการใช้งานเหล่านั้น เพื่อให้คุณสามารถใช้งานโทรศัพท์มือถือได้ในระยะยาว ส่วนจะมีความเชื่อผิด ๆ อะไรบ้าง ตามไปดูกันเลย

4 ความเชื่อ ที่หลายคนยังเข้าใจผิดเกี่ยวกับโทรศัพท์มือถือ

1. ปรับลดความสว่างหน้าจอ จะช่วยถนอมสายตาได้

เริ่มกันที่ความเชื่อผิดแรกกันเลย กับการปรับลดความสว่างหน้าจอ จะช่วยถนอมสายตาได้ ซึ่งหลายคนอาจจะเคยได้ยินมาว่าการลดแสงสว่างจากหน้าจอด้วยการเปิด Night Mode บนโทรศัพท์มือถือ แม้จะเป็นช่วงเวลากลางวันก็ตาม จะช่วยให้สายตาไม่ทำงานหนัก ผู้เชี่ยวชาญทางด้านสายตาออกมายืนยันแล้วว่า นี่คือความเชื่อที่ผิด การลดแสงสว่างหน้าจอลงจากปริมาณที่ปกตินั้น จะทำให้ระบบประสาทตาทำงานหนักและเกิดความตึงเครียด นั่นก็เพราะว่าเมื่อหน้าจอมีแสงสว่างน้อยลงกว่าปกติ ลูกตาเราก็จะต้องพยายามปรับโฟกัสภาพมากขึ้น ต้องทำงานหนักขึ้นเป็นสองเท่า และอาจจะทำให้เรารู้สึกปวดหัวก็เป็นได้ ว่ากันตามทฤษฎีที่ถูกต้องแล้ว เราควรปรับแสงหน้าจอโทรศัพท์ให้มีปริมาณที่สว่างใกล้เคียงกับสภาพแสงโดยรอบ เมื่อ 2 จุดกำเนิดแสงเฉลี่ยเข้าหากันแล้ว จะให้สภาพแสงที่สมดุลเป็นธรรมชาติต่อดวงตาของเรา ทางที่ดีเราควรปรับแสงหน้าจอโทรศัพท์ให้มีปริมาณที่สว่างใกล้เคียงกับสภาพแสงโดยรอบ หรือปรับความสว่างหน้าจออัตโนมัติจะดีที่สุด

ปรับลดความสว่างหน้าจอ จะช่วยถนอมสายตาได้

2. ชาร์จโทรศัพท์มือถือไปด้วยเล่นไปด้วยเสี่ยงโทรศัพท์มือถือระเบิด

อีกหนึ่งความเชื่อที่หลาย ๆ คนมักคิดว่าการเล่นโทรศัพท์มือถือขณะกำลังชาร์จอยู่อาจทำให้แบตเตอรี่ระเบิดได้ ในความเป็นจริงก็คือการเล่นไปชาร์จไปทำให้แบตเตอรี่เสื่อมสภาพเร็วขึ้น แต่จะไม่ถึงขั้นระเบิดคามือหากเราใช้อุปกรณ์การชาร์จที่ได้มาตรฐาน แต่ทางที่ดีเพื่อเป็นการยืดอายุการใช้งานแบตเตอรี่ให้นานที่สุด ควรหลีกเลี่ยงการใช้งานโทรศัพท์มือถือแบบหนักๆ เช่น การเล่นเกมระหว่างชาร์จจะดีกว่า เพื่อให้โทรศัพท์มือถือของเราสามารถใช้งานได้ในระยะเวลาที่ยาวนาน

ชาร์จโทรศัพท์มือถือไปด้วยเล่นไปด้วยเสี่ยงโทรศัพท์มือถือระเบิด

3. ปิดแอปพื้นหลังที่ไม่ใช้ช่วยประหยัดพลังงาน

หลาย ๆ คนมักเชื่อว่าการปิดแอปพื้นหลังที่ไม่ใช้จะช่วยประหยัดพลังงาน ซึ่งเราขอบอกเลยว่าเป็นความเชื่อที่ผิด เพราะส่วนใหญ่แอปพลิเคชันพวกนี้จะกลับมาทำงานบนพื้นหลังอีกครั้งอยู่ดี โดยตัวการที่แท้จริงและมีส่วนในการสิ้นเปลืองของแบตเตอรี่คือหน้าจอแสดงผล ดังนั้นแทนที่คุณจะปิดแอปพวกนี้เฉย ๆ เราขอแนะนำให้คุณเปิดโหมดประหยัดพลังงานจะมีประสิทธิภาพมากกว่า หรือถ้าเราไม่จำเป็นต้องใช้โทรศัพท์มือถือก็เปิดโหมดเครื่องบินไปเลยก็ได้ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งแนวทางที่ช่วยประหยัดพลังงานได้เหมือนกัน

ปิดแอปพื้นหลังที่ไม่ใช้ช่วยประหยัดพลังงาน

4. ใช้โทรศัพท์มือถือตอนฝนตกจะถูกฟ้าผ่า

ปิดท้ายกันที่ความเชื่อหากใช้โทรศัพท์มือถือตอนฝนตกจะถูกฟ้าผ่า ซึ่งความเชื่อนี้อยู่กับคนไทยมาตั้งแต่อดีต โดยในปัจจุบันก็ยังคงมีหลาย ๆ คนที่มีความเชื่อในเรื่องนี้อยู่ ซึ่งจริงอยู่ที่โทรศัพท์มือถือนั้นเป็นอุปกรณ์ไฟฟ้า แต่มันก็มีประจุไฟฟ้าไม่มากพอที่จะเป็นสื่อล่อฟ้าได้ หรือแม้แต่สัญญาณโทรศัพท์เองก็ไม่สามารถทำให้ประจุไฟฟ้าในอากาศแตกตัวจนเป็นสื่อให้ฟ้าผ่าได้เช่นกัน จากสถิติปรากฏการณ์ฟ้าผ่านั้นจะเกิดขึ้นปีละหลายพันครั้ง แต่เปอร์เซ็นต์ที่มนุษย์จะถูกฟ้าผ่าโดยตรงมีน้อยมาก และหากคุณใช้โทรศัพท์มือถืออยู่ในตัวเมืองแล้วละก็แทบจะไม่มีทางถูกฟ้าผ่าได้เลย เพราะตึกหรืออาคารต่าง ๆ จะเป็นจุดล่อสายฟ้าให้นั่นเอง

ใช้โทรศัพท์มือถือตอนฝนตกจะถูกฟ้าผ่า

เป็นอย่างไรกันบ้างกับ 4 ความเชื่อผิด ๆ เกี่ยวกับโทรศัพท์มือถือ ที่เรานำมาฝากทุกคนในวันนี้ ซึ่งก็อาจจะยังคงมีหลาย ๆ คนที่เชื่อแบบนั้นอยู่ ดังนั้นหากคุณได้รู้ถึงการใช้งานที่ถูกต้องแล้ว ก็ควรที่จะปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้งานโทรศัพท์มือถือของคุณใหม่ เพื่อให้โทรศัพท์มือถือของคุณมีอายุการใช้งานที่มากขึ้น